Types of Rubber
เรามีผลิตภัณฑ์ยาง ยางกันกระแทก ไดอะแฟรม และ ซีลยาง คุณภาพสูงที่ผลิตจากยางหลากหลายประเภท พร้อมคุณสมบัติที่ออกแบบมา เพื่อความทนทานต่อทุกสภาวะ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกท่านได้อย่างสมบูรณ์
ก่อนเลือกใช้ยางในงานต่าง ๆ การทำความเข้าใจชนิดและคุณสมบัติของยางแต่ละประเภทถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้สามารถเลือกวัสดุที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นงานที่ต้องการความทนทานสูง งานที่เจอความร้อน ความชื้น หรือสภาพแวดล้อมเฉพาะทางต่างๆ เช่น หากต้องการใช้งานในพื้นที่ที่มีน้ำมันหรือความร้อนสูง ควรเลือกใช้ยางประเภท NBR ส่วนกรณีที่ต้องการความทนทานต่อสารเคมีหรือสภาพอากาศ ควรเลือกใช้ EPDM หรือ Viton และหากต้องการยางที่สัมผัสอาหารได้ ควรเลือกใช้ยางซิลิโคน
โดยทั่วไป ยางสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ ยางธรรมชาติ (Natural Rubber, NR) ที่ได้จากน้ำยางพารา และ ยางสังเคราะห์ (Synthetic Rubber, SR) ที่ผลิตขึ้นจากกระบวนการ “Polymerization” ซึ่งจะมีหลายชนิดตามลักษณะการใช้งาน ดังนี้
ยาง EPDM เป็นยางที่มีจุดเด่นด้านความทนทานต่อความร้อน แสงแดด ออกซิเจน และโอโซนได้ดีเยี่ยม โดยยางชนิดนี้มีหลายเกรด ซึ่งแตกต่างกันตามสัดส่วนของเอทธิลีน โพรพิลีน และไดอีน โดยทั่วไปจะมีเอทธิลีนประมาณ 50–70% โมล และไดอีนในช่วง 3–11% โมล ยางเกรดที่มีเอทธิลีนมากจะให้ความแข็งแรงในสภาพที่ยังไม่ผ่านกระบวนการหลอม แต่ถ้าสัดส่วนเอทธิลีนลดลง ยางจะนิ่มและยืดหยุ่นมากขึ้น เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง
บางกรณียังนำไปใช้ทำ ซีลยางขอบประตู สำหรับงานอุตสาหกรรมหรืออาคาร ที่ต้องการทั้งความแน่นหนาและความยืดหยุ่นทนต่อสภาพอากาศ
ยาง SBR เป็นยางโคพอลิเมอร์ระหว่างสไตรีนและบิวตาไดอีนด้วยวิธี “Emulsion Polymerization” ได้เป็นยาง SBR ซึ่งมีชื่อเรียกในสมัยก่อนว่า Buna-S ยาง SBR เป็นยางประเภทใช้งานได้ทั่วไปเช่นเดียวกับยางธรรมชาติและยาง IR เพราะสามารถใช้ผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง
ยาง SBR จัดเป็นยางสังเคราะห์ที่สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายและสามารถนำไปใช้แทนยางธรรมชาติได้ (ยกเว้นในกรณีของการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ต้องการสมบัติเชิงพลวัตที่ดี) ดังนั้นยางชนิดนี้จึงถูกนำไปใช้ในการผลิตสายพาน พื้นรองเท้า ฉนวนหุ้มสายไฟ ท่อยาง และที่สำคัญคือยางชนิดนี้ส่วนมากจะถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมผลิตยางล้อยานพาหนะขนาดเล็กโดยใช้ผสมกับยางชนิดอื่นๆ
คุณสมบัติของยาง SBR (Styrene-Butadiene-Rubber)
ยาง EPDM มีสมบัติเด่นในด้านการทนทานต่อความร้อน แสงแดด ออกซิเจน และโอโซนได้เป็นอย่างดี ยาง EPDM มีหลายเกรด แต่ละเกรดแตกต่างกันที่สัดส่วนของเอทธิลีนและโพรพิลีน รวมถึงปริมาณของไดอีน โดยทั่วไปยางชนิดนี้จะมีเอทธิลีนอยู่ในช่วง 45-85% โมล แต่ในเกรดที่มีขายกันโดยทั่วไปจะมีปริมาณเอทธิลีนอยู่ประมาณ 50-70% โมลและมีปริมาณไดอีนอยู่ในช่วง 3-11% โมล สัดส่วนของเอทธีลีนและโพรพีลีนในยางก็มีผลกระทบโดยตรงต่อสมบัติของยาง กล่าวคือ ยางเกรดที่มีปริมาณเอทธิลีนสูงจะมีความแข็งแรงในสภาพที่ยังไม่คงรูปสูง แต่เมื่อปริมาณของเอทธิลีนลดลง ยางก็จะนิ่มและยืดหยุ่นมากขึ้น
ยาง EPDM ส่วนมากนิยมใช้ในการผลิตยางชิ้นส่วนรถยนต์ เช่น ยางขอบหน้าต่าง ยางขอบประตู แก้ยางรถยนต์ ท่อยางของหม้อน้ำรถยนต์ (Radiator hose) เป็นต้น นอกจากนี้ยาง EPDM ยังถูกใช้ในการผลิตท่อยางของเครื่องซักผ้า สายพานลำเลียง แผ่นยางกันน้ำ แผ่นยางมุงหลังคา ฉนวนหุ้มสายเคเบิ้ล เป็นต้น
คุณสมบัติของยาง Ethylene-Propylene Diene terpolymer
(Nitrile / Acrylonitrile-Butadiene Rubber)
ยางชนิดนี้มีความเป็นขั้วสูง จึงมีคุณสมบัติเด่นคือการทนต่อน้ำมันปิโตรเลียมและตัวทำละลายไม่มีขั้วต่างๆ ได้ดี สมบัติของยาง NBR จะแปรผันโดยตรงไปตามสัดส่วนปริมาณของอะไครโลไนไตร์ล หากมีปริมาณสูง จะทำให้ยาง “NBR มีความทนทานต่อน้ำมันปิโตรเลียมและตัวลำละลายไฮโดรคาร์บอนสูงขึ้น/ การกระเด้งกระดอนต่ำลง/ Compression Set ด้อยลง/ อัตราการซึมผ่านของก๊าซลดลง/ สมบัติการหักงอที่อุณหภูมิต่ำด้อยลง/ ความทนทานต่อความร้อนและโอโซนสูงขึ้น/ ความต้านทานต่อการขัดถูสูงขึ้น/ ความแข็งแรงและความทนทานต่อแรงดึงสูงขึ้น และ ความหนาแน่นสูงขึ้น”
ยางชนิดนี้ส่วนใหญ่ถูกใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ยางที่ต้องสัมผัสกับน้ำมัน ทนทานต่อความร้อนและต้านทานต่อการขัดถูได้ดี ได้แก่ ประเก็นน้ำมัน ยางโอริง ยางซีล ยางเชื่อมข้อต่อ สายพานลำเลียง ท่อดูดหรือส่งน้ำมัน ท่อยางเสริมแรง ยางบุภาชนะ ยางเคลือบลูกกลิ้ง เป็นต้น
คุณสมบัติทั่วไปของยาง NBR (Nitrile Rubber)
(Hydrogenated Acrylonitrile-Butadiene Rubber)
ยาง HNBR มีความทนทานต่อการเสื่อมสภาพอันเนื่องมากจากความร้อน (รวมถึงน้ำร้อนและไอน้ำ) สภาพอากาศ รังสีที่มีพลังงานสูง และโอโซนสูงมาก (ใกล้เคียงกับ EPDM) และยังทนต่อน้ำมันได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
ยาง HNBR มีสมบัติทั่วไปอยู่ระหว่างยาง NBR และยางฟลูออโรคาร์บอน เนื่องจากยางชนิดนี้มีราคาสูง จึงนิยมใช้แทนยาง NBR เฉพาะในกรณีที่ต้องการใช้งานในสภาวะที่รุนแรงหรือที่อุณหภูมิสูงเท่านั้น ยางชนิดนี้มีข้อดีเหนือกว่ายางฟลูออโรคาร์บอนคือมีความทนทานต่อสารตัวเติมที่มีฤทธิ์เป็นด่าง เช่น สารประกอบของเอมีน ได้ดี จึงนิยมใช้กันมากในการผลิตชิ้นส่วนยางที่ใช้ในแท่นขุดเจาะน้ำมัน
คุณสมบัติทั่วไปของยาง HNBR (Hydrogenated Acrylonitrile-Butadiene Rubber)
(Chloroprene Rubber/ Neoprene Rubber)
ยาง CR หรือที่รู้จักกันในชื่อทางการค้าว่า Neoprene (นีโอพรีน) เป็นยางสังเคราะห์ที่มีจุดเด่นในด้านความแข็งแรง ทนต่อแรงดึงสูง ไม่ฉีกขาดง่าย และมีความต้านทานต่อการขัดถูได้ดี อีกทั้งยังสามารถทนต่อน้ำมัน เปลวไฟ โอโซน และสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ยาง CR จึงถูกนำไปใช้ในงานอุตสาหกรรมหลากหลาย โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความทนทาน เช่น ซีลยาง ท่อยางเสริมแรง (Hose) ลูกกลิ้งสายพานลำเลียงในเหมืองแร่ ยางกันกระแทก ทั้งในรูปแบบแผ่นและชิ้นส่วนขึ้นรูป ยางบุ (Lining) ผลิตภัณฑ์ยางสำหรับงานก่อสร้าง เช่น ยางขอบหน้าต่าง ขอบหลังคา ยางรองคอสะพาน และยางหุ้มสายเคเบิลด้านนอก
(Chlorosulfonated Polyethylene Rubber/ Hypalon)
ยาง CSM มีชื่อทางการค้าว่า Hypalon ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้งานการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ต้องการสมบัติความทนทานต่อความร้อน เปลวไฟ โอโซน สภาพอากาศ สารเคมี และน้ำมันสูงๆ เช่น ปลอกหุ้มสายเคเบิ้ล ท่อยาง ยางหุ้มลูกกลิ้ง ยางบุปนัง ท่อที่ต้องทนต่อกรด แผ่นยางมุงหลังคา (Roofing) แผ่นยางรองสระ เป็นต้น
คุณสมบัติทั่วไปของยาง CSM หรือ Hypalon (Chlorosulfonated Polyethylene Rubber)
(ในกรณี 150°C ถ้ายางไม่ได้ถูกใช้ในงานที่อุณหภูมิสูงอย่างต่อเนื่อง)
(Polyacrylate Rubber or Acrylic Rubber)
ยาง ACM เป็นยางที่มีความเป็นขั้วสูงมาก ยางจึงทนต่อน้ำมัน ความร้อน สภาพอากาศ และโอโซนได้เป็นอย่างดี (สมบัติเหล่านี้ของยาง ACM อยู่ระหว่างยาง NBR และยาง FKM) ยาง ACM ส่วนใหญ่นำไปใช้งานในกรณีที่ต้องการทั้งความทนทานต่อความร้อนและน้ำมันโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น ยางโอริง ประเก็นท่อน้ำมัน วาวล์ และ Lip seal เป็นต้น
คุณสมบัติทั่วไปของยาง ACM (Polyacrylate Rubber/ Acrylic Rubber)
ยางซิลิโคนนิยมใช้กันทั่วไปหลากหลายอุตสาหกรรม เนื่องจาก ยางชนิดนี้มีจุดเด่นที่สามารถทนความร้อนได้สูง และเป็นยางที่สะอาดไม่เป็นพิษ จึงนิยมใช้กันทั่วหลายในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมเภสัชกรรม และอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ เป็นต้น
นอกจากนี้มักใช้ทำฉนวนหุ้มสายเคเบิ้ล ยางโอริง หน้ากากออกซิเจน แป้นกดของโทรศัพท์มือถือ และใช้เป็นส่วนประกอบในของใช้ทั่วไป เช่น ซีลยางในกระติกน้ำ ซีลยางในหม้อต้ม และอื่นๆ มากมายที่เราสามารถเห็นได้ในชีวิตประจำวันเนื่องจากมีความปลอดภัยสูง
คุณสมบัติทั่วไปของยางซิลิโคน (Q)
(Fluorocarbon Rubber , FPM)
ยางฟลูออโรคาร์บอน เป็นโคพอลิเมอร์ชนิดพิเศษที่มีฟลูออรีนเป็นองค์ประกอบในปริมาณสูง ซึ่งฟลูออรีนช่วยเพิ่มคุณสมบัติให้ยางมีความเป็นขั้ว มีความเสถียรสูง และทนต่อการเสื่อมสภาพได้ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นจากความร้อน แสงแดด ปฏิกิริยาออกซิเดชัน หรือสารเคมีต่างๆ จึงทำให้ยางชนิดนี้มีคุณภาพสูงและมีราคาค่อนข้างสูงตามไปด้วย ยางชนิดนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อทางการค้าว่า Viton ซึ่งมีหลายเกรดให้เลือกตามโครงสร้างทางเคมีและปริมาณฟลูออรีนในเนื้อยาง
ยางฟลูออโรคาร์บอน เป็นยางประสิทธิภาพสูงที่โดดเด่นเรื่องความทนทานเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ ความร้อนสูง โอโซน และยังทนสารเคมีรุนแรงได้ดีเยี่ยม ด้วยคุณสมบัติในการทนความร้อนและสารเคมี ยางชนิดนี้จึงนิยมใช้ในงานที่ต้องการความทนทานสูง เช่น ปลอกหุ้มสายไฟหรือสายเคเบิล ท่อน้ำมันเชื้อเพลิง ซีลยาง โอริง ปะเก็น และ ไดอะแฟรม ที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีหรือแรงดันสูง
ยางโพลียูรีเธนมักถูกนำไปใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความทนทานต่อสภาพอากาศและต้องการสมบัติความต้านทานต่อการขัดถูสูงมากๆ และ/หรือต้องการความทนทานต่อตัวทำละลายและน้ำมันที่ดี ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ทำจากยางโพลียูรีเธน ได้แก่ ท่อยาง ข้อต่อยาง ปลอกหุ้มสายเคเบิ้ล สายพานลำเลียง ล้อรถเข็น ยางพื้นรองเท้า ยางซีล และประเก็น เป็นต้น
คุณสมบัติทั่วไปของยาง Polyurethane Rubber (PU)
สนใจซีลยาง ผลิตภัณฑ์ยางคุณภาพสูง ทนทานทุกสภาพการใช้งาน สั่งผลิตตามแบบได้ทันที ติดต่อเราเลย
Tel : 02-810-2317, 02-024-9310
Email : spp-contact@sppindus.com
Line : @dha8495f
| ช่วงอุณหภูมิการใช้งานของยาง (โดยทั่วไป) | ||
|---|---|---|
| ชนิดของยาง | ช่วงอุณหภูมิการใช้งาน (°C) | |
| NR (Natural Rubber) | -55 | 80 |
| SBR (Styrene-Butadiene Rubber) | -50 | 100 |
| EPDM (Ethylene-Propylene Diene terpolymer) | -40 | 140 |
| NBR (Nitrile Rubber) | -40 | 120 |
| HNBR (Hydrogenated Acrylonitrile-Butadiene Rubber) | -25 | 150 |
| CR (Chloroprene Rubber/ Neoprene Rubber) | -40 | 100 |
| CSM / Hypalon (Chlorosulfonated Polyethylene Rubber/ Hypalon) | -10 | 150 |
| ACM (Polyacrylate Rubber or Acrylic Rubber) | -10 | 150 |
| Silicone (SILICONE RUBBER (Q)) | -100 | 220 > |
| FKM / Viton (Fluorocarbon Rubber , FPM) | -20 | 220 > |
| AU / PU (Polyurethane Rubber) | -35 | 100 |